การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ศิลปะสร้างสรรค์การฉีก ตัด ปะเศษวัสดุ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาล 1 ปีการศึกษา 2561
ชื่อเรื่อง     :    การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ศิลปะสร้างสรรค์การฉีก ตัด ปะเศษวัสดุ เพื่อส่งเสริม                    ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาล 1 ปีการศึกษา                    2561 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลขนุน อำเภอกันทรลักษ์          จังหวัดศรีสะเกษ          ผู้ศึกษา     :     นางสาวขวัญกมลรัตน์ สายสมบัติ ปี พ.ศ.      :     2561     บทคัดย่อ   การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้มีความมุ่งหมาย เพื่อพัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ศิลปะสร้างสรรค์การฉีก ตัด ปะเศษวัสดุ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็กของนักเรียน ชั้นอนุบาลสามขวบ ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 และเพื่อหาดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าเป็นนักเรียนชั้นอนุบาล 1 ของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลขนุน อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 11 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า คือ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ศิลปะสร้างสรรค์การฉีก ตัด ปะเศษวัสดุ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็ก 25 แผน และแบบทดสอบวัดความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็ก จำนวน 2 ชุด ชุดที่ 1. แบบทดสอบการฉีก ตัด ปะเศษวัสดุลงใบงาน 5 ข้อ ชุดที่ 2. แบบทดสอบการฉีก ตัด ปะเศษวัสดุตามรอยเส้น 5 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนกรายข้อระหว่าง 0.29 ถึง 0.62 ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.89 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีประสิทธิผล ผลการศึกษาค้นคว้าปรากฏดังนี้ 1.  แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ศิลปะสร้างสรรค์การฉีก ตัด ปะเศษวัสดุ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลสามขวบ มีประสิทธิภาพ 87.88/85.15 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้           2.  ดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ศิลปะสร้างสรรค์การฉีก ตัด ปะเศษวัสดุ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลสามขวบ ที่มีค่าเท่ากับ 0.4474 ซึ่งหมายความว่า นักเรียนมีความรู้หลังเรียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 44.74     
จับวิน 2 ตัวเลข
โปรแกรมจับเลขวินมีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเสี่ยงโชค เพราะเป็นโปรแกรมที่จะช่วยให้เราจับเลขได้ครบชุดไม่ขาดตกหล่นไป เวลาซื้อลอตเตอรี่ก็จะมีโอกาสถูกรางวัลได้มากขึ้น ถ้าเราอยากได้เลขที่เราต้องการจับวิน เราลองนำเลขที่เราคิดไว้ในใจว่าน่าจะวิน หรือเลขดังแต่ละสำนัก เลขเด่นประจำวัน หรือเลขกำลังวัน งวดที่จะถึงนี้นำไปจับเลขวินดู อาจจะได้เลขที่เราต้องการ ปัจจุบันการซื้อลอตเตอรี่หรือซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล บางคนก็มีวิธีหรือสูตรการหาเลขแตกต่างกันออกไป วันนี้เราได้นำโปรแกรมจับเลขวินมาช่วยให้เราได้คำนวณตัวเลขได้ง่ายขึ้น เทคนิคการจับวินเลขหรือจับคู่เลข เลขวิน ก็คือ การนำเอาตัวเลขมาจับคู่กันไปมาทุกตัวเลขทุกคู่เลข โดยไม่ตกหล่นแม้แต่ตัวใดตัวหนึ่ง มาให้ได้ลองใช้กันดู รูปแบบการจับเลขวิน เราจะนำตัวเลขที่เราชอบและคิดว่าน่าจะวินมาจับคู่สลับกันไปมาให้ครบทุกคู่และสามารถจับเลขวินเบิ้ลได้ด้วย ถ้าเราจับวินเลข 10 เลขเราจะมีสิทธิ์วิน 100% ถ้าเราจับวินเลข 9 เลขเราจะมีสิทธิ์วิน 90% ถ้าเราจับวินเลข 8 เลขเราจะมีสิทธิ์วิน 80% ถ้าเราจับวินเลข 7 เลขเราจะมีสิทธิ์วิน 70% ถ้าเราจับวินเลข 6 เลขเราจะมีสิทธิ์วิน 60% ถ้าเราจับวินเลข 5 เลขเราจะมีสิทธิ์วิน 50% จับเลข 2 ตัว 8 เลข 12 13 14 15 16 17 18 23 24 25 26 27 28 34 35 36 37 38 45 46 47 48 56 57 58 67 68 78 จะได้ทั้งหมดตรง 28 เลข/โต๊ด 56 เลข จับเลข 3 ตัว 8 เลข 123 124 125 126 127 128 134 135 136 137 138 145 146 147 148 156 157 158 167 168 178 234 235 236 237 238 245 246 247 248 256 257 258 267 268 278 345 356 347 348 356 357 358 367 368 378 456 457 458 467 468 478 567 568 578 678 ทั้งหมดตรง 56 เลข/โต๊ด 336 เลข จับเลข 4 ตัว 6 เลข 1234 1235 1236 1245 1246 1256 1345 1346 1356 1456 2345 2346 2356 2456 3456 ทั้งหมดตรง 15 เลข/โต๊ด 360 เลข หากซื้อเลขด้วยวิธีใช้โปรแกรมจับเลขวินแบบนี้แน่นอนว่า เลขที่เราต้องการจะไม่ขาดตกหล่นแม้แต่เลขเดียวและเราสามารถลดจำนวนการจับเลขวินให้เหลือตัวเลขน้อยลงเพื่อให้ได้กำไรมากขึ้นแต่จะมีสิทธิ์วินน้อยลงด้วยเพราะฉะนั้นแล้วเราต้องคำนวณตัวเลขให้เป็นและจะมีเปอร์เซ็นต์ถูกมากขึ้น ส่วนเลขกำลังวันที่จัดทำไว้ให้เพื่อนๆได้ดูและติดตามได้เก็บมาจากสถิติจากตัวเลขที่ผ่านมาและคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆและสามารถนำเลขกำลังวันมาใช้กับโปรแกรมจับเลขวิน2 ตัวเลข 3 ตัวเลข 4 ตัวเลขได้อีกด้วยเพื่อเป็นแนวทางให้เพื่อนๆ เลขกำลังวัน วันพระ 24 25 26 27 28 29 45 46 47 48 49 56 57 58 59 67 68 69 78 79 89 22 44 55 66 77 88 99 เลขกำลังวัน วันจันทร์ 02 03 04 05 06 07 09 23 24 25 26 27 29 34 35 36 37 39 45 46 47 49 56 57 59 67 69 79 00 22 33 44 55 66 77 99 เลขกำลังวัน วันอังคาร 01 03 04 05 06 07 08 1314151617 18 34 35 36 37 38 45 46 47 48 56 57 58 67 68 78 00 11 33 44 55 66 77 88 เลขกำลังวัน วันพุธ 01 02 04 05 07 08 09 1214151718 19 24 25 27 28 29 45 47 48 49 57 58 59 78 79 89 00 11 22 44 55 77 88 99 เลขกำลังวัน วันพฤหัสบดี 01 02 03 04 05 07 09 1213141517 19 23 24 25 27 29 34 35 37 39 45 47 49 57 59 79 00 11 22 33 44 55 77 99 เลขกำลังวัน วันศุกร์ 01 03 04 05 06 07 08 1314151617 18 34 35 36 37 38 45 46 47 48 56 57 58 67 68 78 00 11 33 44 55 66 77 88 เลขกำลังวัน วันเสาร์ 01 02 04 05 06 07 08 1214151617 18 24 25 26 27 28 45 46 47 48 56 57 58 67 68 78 00 11 22 44 55 66 77 88 เลขกำลังวัน วันอาทิตย์ 01 03 04 05 07 08 09 1314151718 19 34 35 37 38 39 45 47 48 49 57 58 59 78 79 89 00 11 33 44 55 77 88 99 ที่มา http://chokdeecat.com/numbers
กระบวนการคิดของมนุษย์
@กระบวนการคิดของมนุษย์ คำสอนเรื่อง อายตนะ หรือ ทวาร  ๖  ของพระพุทธศาสนา  แสดงให้เห็นถึงกระบวนการคิดของมนุษย์  ว่าเป็นขั้นตอนที่ต่อเนื่องจากกระบวนการรับรู้ของประสาทสัมผัสทางกายที่รวมเรียกขั้นตอนช่วงนี้ว่า "ผัสสะ"  หรือ  เป็นขั้นตอนของผัสสะ   ฉะนั้น  หากพิจารณาจากจุดนี้ ก็อาจทำให้เราเข้าใจว่า  มนุษย์เริ่มคิด หรือว่าจิตมนุษย์เริ่มคิดต่อเมื่อประสาททางกายเริ่มทำงาน  หากประสาททางกายไม่ทำงาน  จิตมนุษย์ไม่คิดหรือคิดไม่ได้    หากเข้าใจดังนี้   คำสอนเรื่องการทำงานของอายตนะ ๖  ของพระพุทธศาสนาก็ตรงกับทฤษฎีประจักษ์นิยมของล็อค  แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่เหมือนกัน ในปปัญจสูทนี   อรรถกถาสมณมุณฑิกสูตรกล่าวว่า   จิตของเด็กอ่อนหรือทารกนั้น  คิดอารมณ์หรือเรื่องราวทีเ่ป็นอดีต  เด็กที่มาจากพวกนรก  เมื่อคิดถึงทุกข์ในอดีตแล้วก็ร้องไห้   เด็กที่มาจากสวรรค์  เมื่อคิดถึงสมบัติในวรรค์แล้วก็หัวเรา (ป.สู.9/301)  คำอธิบายดังกล่าวนี้มุ่งแสดงให้เห็นว่า  ในขณะที่อวัยวะและประสาททางกายยังไม่พร้อมที่จะให้อารมณ์ หรือ ส่งข้อมูลจากภายนอกเข้าไปให้จิตคิด   จิตก็คิดอารมณ์หรือข้อมูลเก่าๆ  ในอดีติที่ติดค้างมากับตัวเอง เพราะพระพุทธศาสนาถือว่าจิตมีธรรมชาติหรือมีคุณสมบัติคือคิดอยู่ตลอดเวลา  นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติ   คือ  ความสามารถรู้ (วิญญาณ) ฉะนั้น  ไม่ว่าประสาททางกายจะทำงานหรือไม่ทำงาน  จิตก็ทำหน้าที่คิดอยู่ตลอดเวลา  จะต่างกันตรงที่ถ้ามีข้อมูลจากประสาททางกาย หรือ ผัสสะจากภายนอกเข้ามาสู่จิต  จิตก็จะคิดข้อมูลนั้น  หรือ  ทำความรู้ในในข้อมูลนั้น    แต่ถ้าไม่มีข้อมูล หรือ ผัสสะจากภายนอกเข้ามาสู่จิต  จิตก็จะคิดข้อมูลเก่า (สัญญา) หรือ อารมณ์อดีตที่เคยได้รับรู้ตั้งแต่อดีตชาติก็ได้  ซึ่งจิตในภาวะเช่นนี้   ก็คล้ายกับภาวะของจิตที่พระพุทธศาสนาเรียกว่า  จิตในภวังค์  หรือ  อยู่ในภวังค์   ซึ่งมักเข้าใจกันว่าจิตหยุดคิดหรือไม่คิด  แต่ความจริงมิได้เป็นเช่นนั้น   เพราะธรรมชาติของจิต คือ คิดอยู่ตลอดเวลา  เพียงแต่ในภาวะภวังค์หรืออยู่ในภวังค์นั้น  จิตมิได้คิดหรือรับรู้เรื่องภายนอก หรือ คิดออกไปข้างนอก แต่คิดอยู่ภายในตัวเอง  (ตกภวังค)  เพราะฉะนั้น  การคิดของจิตจึงมี  ๒  ลักษณะ  คือ (๑) การคิดเรื่องราวหรือข้อมูลที่มาจากภายนอก  (ผัสสะ)   (๒) การคิดเรื่องราวของตัวเอง  หรือ เรื่องราวที่มีอยู่ในตัวเอง (อยู่ในภวังค์)
บทสวดมนต์ข้ามปี
[ltr]#บทสวดมนต์ข้ามปี[/ltr] บทบูชาพระรัตนตรัย อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง อะภิปูชะยามิ อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง อะภิปูชะยามิ อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง อะภิปูชะยามิ. บทกราบพระรัตนตรัย อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ) สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ) สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ (กราบ) บทชุมนุมเทวดา สะรัชชัง สะเสนัง สะพันธุง นะรินทัง ปะริตตานุภาโว สะทา รักขะตูติ ผะริตวานะ เมตตัง สะเมตตา ภะทันตา อะวิกขิตตะจิตตา ปะริตตัง ภะณันตุ สัคเค กาเม จะ รูเป คิริสิขะระตะเฏ จันตะลิกเข วิมาเน ทีเป รัฏเฐ จะ คาเม ตะรุวะนะคะหะเน เคหะวัตถุมหิ เขตเต ภุมมา จายันตุ เทวา ชะละถะละวิสะเม ยักขะคันธัพพะนาคา ติฏฐันตา สันติเก ยัง มุนิวะระวะจะนัง สาธะโว เม สุณันตตุ. ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา. บทนอบน้อมพระพุทธเจ้า นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ. บทไตรสรณคมน์ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ. ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ. ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ.